นานาสาระ

9 วิธีดูแลสุขภาพในฤดูฝน

ประกาศวันที่ 1 ธ.ค. 2562 ผู้เข้าชม : 132


วันที่ทำกิจกรรม :

วันที่สิ้นสุดกิจกรรม :

 

9 วิธีดูแลสุขภาพในฤดูฝน

1. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร

ในแต่ละวันเราควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร ควรเป็นน้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่น เพื่อให้รักษาสมดุลของร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี  ควบคุมระดับอุณหภูมิของร่างกายให้ปกติ  น้ำช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายไม่ขาดน้ำ และสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้ผิวหนังเพื่อลดโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกาย อีกทั้งการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ไม่เป็นหวัดได้ง่ายอีกด้วย

2. นอนหลับพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง

สำหรับวัยผู้ใหญ่ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้ดีขึ้น  อย่านอนดึก เพราะยิ่งนอนดึกยิ่งลดโอกาสการหลั่งของโกร๊ธฮอร์โมน (ฮอร์โมนแห่งความอ่อนเยาว์) ลงมากเท่านั้น อีกทั้งการนอนดึกยังทำให้อวัยวะที่ทำหน้าที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย เช่น ตับ ไต ทำงานได้มีประสิทธิภาพน้อยลง ส่งผลให้มีสารพิษคั่งค้างในร่างกายมาก  แต่หากเป็นคนนอนหลับยากแนะนำให้รับประทานกล้วยเพราะมีสาร ทริปโตเฟน ทำให้นอนหลับง่ายขึ้น

3. ออกกำลังกายเป็นประจำ

ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-4ครั้ง  เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกันโรค   ร่างกายที่แข็งแรงย่อมห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ 

4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอาหารที่ปรุงสุกใหม่

ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะผักและผลไม้สดที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่  สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายแข็งแรง และยับยั้งการเกิดโรคได้  อาหารที่มีฤทธิ์ร้อนเพื่อเพิ่มความอบุ่นให้ร่างกาย เช่น ขิง  ข่า  กระเทียม  พริกไทย ดอกดีปลี  ตะไคร้  นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ถูกสุขลักษณะ  เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อจุลชีพที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารที่ลำไส้  ทำให้มีอาการท้องเสีย  มีไข้ ปวดบิดในท้อง  รวมทั้งป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอและบี ซึ่งสามารถติดต่อได้จากอาหารที่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสด้วยเช่นกัน  เวลารับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นควรใช้ช้อนกลางทุกครั้งเพื่อป้องกันการติดต่อของโรค

5. ดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ เป็นประจำ

ในวันที่ฝนตก อากาศเย็น ความชื้นสูง ควรเลือกดื่มชาสมุนไพรอุ่นๆ เป็นประจำเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ต้านการอักเสบ แก้หวัด  แก้เจ็บคอ  ป้องกันการติดเชื้อโรคได้  เช่น  ชาดอกคาโมมายล์ ชาเขียว  ชาตะไคร้หอม  ชาน้ำขิงมะนาว 

6. พกหมวก ร่ม เสื้อกันฝน และรักษาร่างกายให้แห้งเสมอ

อย่าลืมพกพาร่มและเสื้อกันฝนเพื่อไม่ให้ร่างกายเปียกฝน จะสามารถลดการอับชื้นและการสะสมเชื้อราอันเป็นสาเหตุของการไม่สบายตัวและนำไปสู่การเป็นหวัด หรือไข้หวัดใหญ่ได้   นอกจากนี้แนะนำให้เลือกสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบา สามารถระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้าไม่หนาจนเกินไปและไม่บางมากจนเกินไปเพราะหากเปียกฝนจะทำให้แห้งง่าย เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ มีภูมิต้านทานได้ดี ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคปอดบวม โรคทางผิวหนัง  อย่างไรก็ดี หลังจากเปียกฝนมาใหม่ๆ ควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออกทันที เช็ดผมให้แห้งเพื่อให้ร่างกายเกิดความอบอุ่น

7. ไม่ควรเข้าไปในพื้นที่ชื้นแฉะและมีน้ำท่วมขัง

ในพื้นที่ที่ชื้นแฉะมีน้ำท่วมขังนับว่าเป็นจุดก่อตัวของปรสิตและเชื้อโรคนานาชนิด  ปรสิตที่น่ากลัว เช่น พยาธิปากขอ ซึ่งหากเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปอยู่ในลำไส้เล็กเพราะดูดกินเลือด และเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคโลหิตจาง  พยาธิใบไม้เลือด ซึ่งหากเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปอยู่ในช่องท้อง  ทำให้ปวดท้อง อจจาระเป็นมูกเลือด  ตับม้ามโต พยาธิสตรองจีลอยด์ ซึ่งหากเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปอยู่ในปอด ลำไส้เล็ก ที่น่ากลัวคือสามารถอยู่ในร่างกายได้นานเป็นสิบๆ ปี แพร่พันธุ์ได้ง่าย  มีผลต่อร่างกายทำให้อ่อนแอลง ติดเชื้อในกระแสเลือด และเสียชีวิตในที่สุด  ดังนั้นควรสวมใส่รองเท้าทุกครั้งเพื่อป้องกันปรสิตเหล่านี้ชอนไชเข้าสู่ร่างกาย

ส่วนเชื้อโรคที่พบมาก เช่น เชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู ซึ่งอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้  เชื้อแบคทีเรียวิบริโอ (Vibrio) และแอโรโมเนส (Aeromonas) ซึ่งก่อให้เกิดการติดเชื้อที่เป็นตุ่มน้ำบวมแดง  ทั้งนี้หากผิวหนังมีบาดแผลเปิด  แผลถลอก หรือมีรอยขีดข่วน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างเด็ดขาด หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบู๊ทยาง  ถุงมือยาง 

8. ป้องกันไม่ให้ยุงกัด

เพราะในช่วงฤดูฝนมีหลายโรคที่ยุงเป็นพาหะออกระบาด  เช่น ไข้เลือดออกมียุงลายเป็นพาหะนำโรค  ไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese Encephalitis) ซึ่งมียุงรำคาญเป็นพาหะนำโรค  โรคมาลาเรียที่มียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค  โรคเหล่านี้อาจรุนแรงเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นจึงทางที่ดีที่สุดควรป้องกันไม่ให้ยุงกัดได้วยการทายา หรือโลชั่นกันยุง  นอนกางมุ้ง   หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่อับชื้น มืด เพราะยุงชอบ  กำจัดแหล่งน้ำขังในบ้านให้หมดเพราะเป็นที่ฟักตัวชั้นดีของยุงชนิดต่างๆ ได้นั่นเอง

9. ใช้น้ำมันยูคาลิปตัส

เมื่อคัดจมูก หรือหายใจไม่สะดวก ควรใช้น้ำมันยูคาลิปตัส (Eucalyptus essential oil) เพราะในน้ำมันยูคาลิปตัสมีคุณสมบัติช่วยระบบทางเดินหายใจดีขึ้น  ลดเสมหะ  ลดสารพิษและจุลินทรีย์อันเป็นสาเหตุการก่อให้เกิดโรคในร่างกายได้จึงมีฤทธิ์ทั้งในการรักษาและการป้องกันโรคนั่นเอง  วิธีใช้สำหรับแก้อาการหวัดให้หยดน้ำมันยูคาลิปตัสลงก้านไม้หอมปรับอากาศเพื่อสูดดมในห้องนอน   

แค่หมั่นดูแลสุขภาพเป็นประจำและสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะฤดูฝน หรือฤดูไหนๆ รับรองว่า คุณจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมากวนใจแล้ว  อีกอย่างหนึ่งหากจะเพิ่มทางเลือกดูแลสุขภาพด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไว้ก่อนก็จะดีไม่น้อยโดยเฉพาะวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดสี่สายพันธุ์ซึ่งจะระบาดมากขึ้นในช่วงฤดูฝน

 

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก www.honestdocs.co

 

 


ไฟล์แนบ : 011219_115027.webp


Comment Facebook

อื่นๆที่เกี่ยวข้อง

อุทยานการเรียนรู้ ยะลา มือถือ : 081-7388593 , E-mail : tkparkyala@gmail.com
อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา
ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา ถนนสุขยางค์ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ >> |  facebook page   |  Instagram  |  Youtube 

 

Copyright © 2016 - All Rights Reserved